ย้อนกลับ

ผู้แทนปลัดกระทรวงกลาโหมตรวจเยี่ยมการฝึกระดมสรรพกำลังเพื่อการทหาร ประจำปี ๒๕๖๙

ผู้แทนปลัดกระทรวงกลาโหมตรวจเยี่ยมการฝึกระดมสรรพกำลังเพื่อการทหาร ประจำปี ๒๕๖๙
 
          วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา พลเอก คณพล บำรุงเมือง หัวหน้านายทหาร ฝ่ายเสนาธิการประจำปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้แทนปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานตรวจเยี่ยมการฝึกภาคสนาม (Field Training Exercise: FTX) การฝึกการระดมสรรพกำลังเพื่อการทหาร ประจำปี ๒๕๖๙  ณ กองบัญชาการช่วยรบที่ ๒ ค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา โดยมี พลโท เสกสรรค์ เสืออิ่ม เจ้ากรมการสรรพกำลังกลาโหม พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจเยี่ยม 

          การฝึกครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามแผนเตรียมพร้อมแห่งชาติ แผนบริหารวิกฤตการณ์ และแผนผนึกกำลังและทรัพยากรเพื่อการป้องกันประเทศ มีเป้าหมายเพื่อทดสอบและพัฒนาความพร้อมของประเทศในการบูรณาการทรัพยากรจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ให้สามารถสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ในภาวะปกติไปจนถึงสถานการณ์ฉุกเฉินหรือ วิกฤตของประเทศ

          การฝึกภาคสนาม (FTX) เป็นการจำลองสถานการณ์จริง เพื่อทดสอบกระบวนการรับ-ส่งทรัพยากรระหว่างหน่วยงานพลเรือนกับหน่วยทหาร ผ่านศูนย์ระดมสรรพกำลังทั้งส่วนกลางและส่วนหน้า รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับ โดยใช้สถานการณ์สมมติจากการฝึกร่วมกองทัพไทย ประจำปี ๒๕๖๙ เพื่อให้ทุกหน่วยสามารถนำผลการฝึกไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม

          การฝึกครอบคลุมการระดมทรัพยากรสำคัญของประเทศทั้ง ๑๐ ด้าน ได้แก่ กำลังคน อาหาร น้ำ การคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การแพทย์และสาธารณสุข อุตสาหกรรมและปัจจัยการผลิต เชื้อเพลิงและพลังงาน การประชาสัมพันธ์ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและการสนับสนุนอื่น ๆ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการรองรับภารกิจด้านความมั่นคง การช่วยเหลือประชาชน และการบริหารจัดการในภาวะวิกฤต

          การฝึกแบ่งออกเป็น ๓ ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่ การเตรียมความพร้อมและซักซ้อมแผน การระดม และส่งมอบทรัพยากรตามความต้องการของฝ่ายทหาร และการส่งคืนทรัพยากรพร้อมประเมินความเสียหาย และดำเนินการชดเชยตามระเบียบ เพื่อให้ทุกกระบวนการมีความโปร่งใส เป็นระบบ และสามารถนำไปใช้ได้จริงเมื่อเกิดเหตุการณ์จำเป็น

          นอกจากการเสริมสร้างความพร้อมด้านการป้องกันประเทศแล้ว การฝึกครั้งนี้ยังช่วยยกระดับการทำงานร่วมกันระหว่างกองทัพ ส่วนราชการ และหน่วยงานภาคส่วนต่าง ๆ ให้เกิดความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสานการปฏิบัติอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะส่งผลให้การสนับสนุนทรัพยากรในยามเกิดภัยพิบัติ ภาวะฉุกเฉิน หรือวิกฤตด้านความมั่นคง เป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบต่อประชาชนได้อย่างทันท่วงที

          การระดมสรรพกำลังเพื่อการทหารจึงมิใช่เพียงการเตรียมความพร้อมของกองทัพเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการบูรณาการศักยภาพของประเทศ เพื่อสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยให้แก่ประชาชน สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ และร่วมกันสร้างหลักประกันด้านความมั่นคงของชาติอย่างยั่งยืน