ย้อนกลับ
ปลัดกระทรวงกลาโหมตรวจเยี่ยมศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ
เมื่อวันศุกร์ที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๘.๓๐ นาฬิกา พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พลเอก ศรัณย์ เพชรานนท์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม และคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร โดยมี พลโท รณรงค์ โรจนเสน ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ให้การต้อนรับ
โอกาสนี้ ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้เยี่ยมชมสายการผลิตอาวุธประจำกาย การทดสอบยิงอาวุธ การซ่อมปรับปรุงเครื่องยิงลูกระเบิดและปืนใหญ่ ตลอดจนเยี่ยมชมผลงานวิจัยยุทโธปกรณ์ และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพสายการผลิตกระสุนปืนใหญ่ เพื่อรองรับความต้องการด้านความมั่นคงของประเทศในการพึ่งพาตนเองด้านการป้องกันอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ พร้อมกับพบปะขอบคุณกำลังพลในการร่วมแรงร่วมใจกันปฏิบัติ ภารกิจอย่างดี
ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธเป็นหน่วยงานสำคัญที่ทำหน้าที่ผลิต ซ่อมสร้าง ปรับปรุง และพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ภายในประเทศ เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงของชาติและลดการพึ่งพาการนำเข้า จากต่างประเทศ โดยมีขีดความสามารถครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การผลิต การซ่อมบำรุง การปรับปรุงยุทโธปกรณ์ ไปจนถึงการทดสอบมาตรฐานอาวุธและกระสุน
จากข้อมูลการผลิตประจำปี พบว่าหน่วยงานมีศักยภาพในการผลิตอาวุธและยุทโธปกรณ์ได้อย่าง ครบวงจร ตั้งแต่อาวุธประจำกาย อาวุธสนับสนุน เครื่องช่วยฝึก กระสุน และระบบอาวุธสำคัญต่าง ๆ โดยสามารถผลิตปืนเล็กยาวและอาวุธสำหรับการฝึกได้หลายพันกระบอกต่อปี ผลิตเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด ๖๐ ๘๑ และ ๑๒๐ มิลลิเมตร รวมกว่า ๕๐๐ กระบอกต่อปี ผลิตและปรับปรุงปืนใหญ่ขนาด ๑๐๕ มิลลิเมตร รวมทั้งพัฒนาระบบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยางและเครื่องยิงลูกระเบิดอัตตาจรล้อยางที่มีความทันสมัย เพิ่มความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการปฏิบัติการ นอกจากนี้ ยังมีขีดความสามารถในการผลิตกระสุนเครื่องยิงลูกระเบิดและ กระสุนปืนใหญ่ รวมมากกว่า ๘๐,๐๐๐ นัดต่อปี ตลอดจนดำเนินโครงการปรับปรุงและยกระดับยุทโธปกรณ์ที่ประจำการอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น รองรับการใช้งานในระยะยาว และสอดคล้องกับความต้องการของกองทัพในปัจจุบัน
ขีดความสามารถดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยที่สามารถผลิตซ่อมสร้าง และพัฒนายุทโธปกรณ์สำคัญได้ด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยีภายในประเทศ ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ ลดค่าใช้จ่ายในการจัดหาจากต่างประเทศ รองรับสถานการณ์ฉุกเฉินหรือภาวะวิกฤตได้อย่างทันท่วงที รวมทั้งพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศอย่างต่อเนื่องสร้างความเชื่อมั่นว่ากองทัพไทยมีความพร้อมในการดูแลรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
โอกาสนี้ ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้เยี่ยมชมสายการผลิตอาวุธประจำกาย การทดสอบยิงอาวุธ การซ่อมปรับปรุงเครื่องยิงลูกระเบิดและปืนใหญ่ ตลอดจนเยี่ยมชมผลงานวิจัยยุทโธปกรณ์ และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพสายการผลิตกระสุนปืนใหญ่ เพื่อรองรับความต้องการด้านความมั่นคงของประเทศในการพึ่งพาตนเองด้านการป้องกันอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ พร้อมกับพบปะขอบคุณกำลังพลในการร่วมแรงร่วมใจกันปฏิบัติ ภารกิจอย่างดี
ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธเป็นหน่วยงานสำคัญที่ทำหน้าที่ผลิต ซ่อมสร้าง ปรับปรุง และพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ภายในประเทศ เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงของชาติและลดการพึ่งพาการนำเข้า จากต่างประเทศ โดยมีขีดความสามารถครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การผลิต การซ่อมบำรุง การปรับปรุงยุทโธปกรณ์ ไปจนถึงการทดสอบมาตรฐานอาวุธและกระสุน
จากข้อมูลการผลิตประจำปี พบว่าหน่วยงานมีศักยภาพในการผลิตอาวุธและยุทโธปกรณ์ได้อย่าง ครบวงจร ตั้งแต่อาวุธประจำกาย อาวุธสนับสนุน เครื่องช่วยฝึก กระสุน และระบบอาวุธสำคัญต่าง ๆ โดยสามารถผลิตปืนเล็กยาวและอาวุธสำหรับการฝึกได้หลายพันกระบอกต่อปี ผลิตเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด ๖๐ ๘๑ และ ๑๒๐ มิลลิเมตร รวมกว่า ๕๐๐ กระบอกต่อปี ผลิตและปรับปรุงปืนใหญ่ขนาด ๑๐๕ มิลลิเมตร รวมทั้งพัฒนาระบบปืนใหญ่อัตตาจรล้อยางและเครื่องยิงลูกระเบิดอัตตาจรล้อยางที่มีความทันสมัย เพิ่มความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการปฏิบัติการ นอกจากนี้ ยังมีขีดความสามารถในการผลิตกระสุนเครื่องยิงลูกระเบิดและ กระสุนปืนใหญ่ รวมมากกว่า ๘๐,๐๐๐ นัดต่อปี ตลอดจนดำเนินโครงการปรับปรุงและยกระดับยุทโธปกรณ์ที่ประจำการอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น รองรับการใช้งานในระยะยาว และสอดคล้องกับความต้องการของกองทัพในปัจจุบัน
ขีดความสามารถดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยที่สามารถผลิตซ่อมสร้าง และพัฒนายุทโธปกรณ์สำคัญได้ด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยีภายในประเทศ ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ ลดค่าใช้จ่ายในการจัดหาจากต่างประเทศ รองรับสถานการณ์ฉุกเฉินหรือภาวะวิกฤตได้อย่างทันท่วงที รวมทั้งพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศอย่างต่อเนื่องสร้างความเชื่อมั่นว่ากองทัพไทยมีความพร้อมในการดูแลรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน